การฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาโรคทางระบบประสาท

โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นสารพิษที่สกัดมาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคในระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งโรคทางระบบประสาท
 

ข้อบ่งชี้ของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาโรคทางระบบประสาท

 

การฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาอาการปวดศรีษะเรื้อรัง

ข้อบ่งชี้ในการรักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรังด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

  • มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือนและนานเกิน 3 เดือน
  • อาการปวดศีรษะมีผลอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิต
  • อาการปวดไม่ตอบสนองต่อยา
  • มีผลข้างเคียงจากยาที่รักษา
  • มีข้อห้ามต่อการใช้ยาป้องกันการปวดศีรษะ
  • ในผู้ป่วยบางประเภทซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาเช่น ผู้สูงอายุ นักบินหรือนักเรียนการบิน ผู้เตรียมสอบหรือนักเรียนซึ่งยาอาจทำให้เกิดอาการง่วงหรือมึนงง
  • ผู้ป่วยที่ติดยาแก้ปวด
  • อาการปวดศีรษะที่เกิดจากการจัดฟันหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า

 

คุณสมบัติและความปลอดภัยของโบทูลินัมท็อกซินในผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

โบทูลินัมท็อกซินจะไปลดการหลั่งสารเคมีในสมองซึ่งจะยับยั้งการกระตุ้นเส้นประสาทเส้นที่ 5 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดโบทูลินัมท็อกซินมีความทนต่อยาได้ดี อาการปวดศีรษะลดลงทั้งความรุนแรงและความถี่ ผลข้างเคียงน้อยและมักจะเป็นอยู่ชั่วคราว กล้ามเนื้อที่ถูกฉีดอ่อนแรง อาการปวดหรือรอบช้ำตรงบริเวณที่ถูกฉีดยา คิ้วหรือหนังตาตก

 

การฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาอาการปวดต้นคอหรือหลัง

ปัจจุบันนี้ปัญหาการปวดต้นคอหรือหลังเป็นปัญหาสำคัญในเมืองใหญ่โดยเฉพาะคนที่นั่งโต๊ะทำงานหรือยืนเป็นเวลานานๆ การรักษาอาการปวดจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

กลไกของการเจ็บปวด

อาการปวดเป็นอาการที่ซับซ้อนและมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง สาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของเส้นใยประสาทที่รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดรวมถึงการหลั่งสารเคมีบางชนิดทำให้เกิกดการกำเริบของปฏิกริยาการอักเสบและไวต่อการตอบสนองของเส้นประสาทต่อสารเคมีในสมอง การฉีดโบทูลินัมท็อกซินจะช่วยปรับลดระดับสารเคมีในสมองทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดน้อยลง

อาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด

การรักษาอาการปวดต้นคอหรือหลังเรื้อรังโดยทั่วไปประกอบด้วยการรักษาทางยา การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด แพทย์มักแนะนำผู้ป่วยเรื่องการใช้ยาและปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการเจ็บปวดในเบื้องต้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อยากินหรือการผ่าตัดการฉีดโบทูลินัมท็อกซินอาจช่วยลดอาการปวดได้

ผลการรักษาอาการปวดต้นคอเรื้อรังด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

พบว่าการฉีดโบทูลินัมท็อกซินทำให้อาการปวดลดลงและการเคลื่อนไหวของคอดีขึ้นโดยเฉพาะในรายที่อาการปวดเกิดจากอุบัติเหตุ

ผลการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

พบว่าการรักษาผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซินมีการตอบสนองที่ดีและค่อนข้างปลอดภัยทำให้อาการปวดลดลงและเพิ่มสมรรถภาพในการทำงาน

 

อาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด

เป็นอาการปวดฉับพลันหรือเรื้อรังของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนซึ่งผู้ป่วยมักมีจุดกดเจ็บและอาการปวดอาจร้าวไปยังบริเวณใกล้เคียง บางครั้งอาจคลำพบก้อนแข็งๆ ขนาด 3-6 มิลลิเมตรซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหดตัว ผู้ป่วยมักมีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลร่วมด้วย สามารถแบ่งกลุ่มอาการออกเป็น 2 จำพวก พวกแรกเกิดจากปวดเฉพาะที่ ส่วนอีกพวกอาการปวดเกิดจากสาเหตุอื่นๆ

จุดมุ่งหมายของการรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้เพื่อป้องกันอาการปวดเรื้อรังและฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน

การรักษาในปัจจุบันรวมถึง

•  การใช้ยาระงับอาการปวด ยากคลายกล้ามเนื้อ ยาในกลุ่มโคลิเนอร์จิก หรือ ยารักษาโรคลมชักบางตัว

•  การใช้ยาชาแบบสเปรย์

•  การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าที่จุดกดเจ็บ จุดมุ่งหมายเพื่อ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีสรีระช่วยให้กล้ามเนื้อมีการคลายตัว คงอยู่ในสภาพปกติ ทำให้อาการปวดลดลงเป็นเวลานานและมีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ซึ่งมักเป็นชั่วคราวและไม่รุนแรงได้แก่การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหรือปวดในตำแหน่งที่ฉีด

•  การทำหัตถการอื่นๆ เช่นการฉีดสเตียรอยด์ เข้าเยื่อหุ้มไขสันหลัง. การบล็อคเส้นประสาทและการฉีดยาเข้าที่ข้อต่อกระดูกเชิงกราน

•  การทำกายภาพบำบัด
 

การออกฤทธิ์ของโบทูลินัมท็อกซิน

โบทูลินัมท็อกซินจะออกฤทธิ์โดยไปสกัดกั้นการส่งผ่านกระแสประสาทบริเวณกล้ามเนื้อด้วยการลดการหลั่งสารอะเซติลโคลีน (acetylcholine) ทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อลดลง ระงับความเจ็บปวด และลดการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ
 

ข้อควรระวังและข้อห้ามของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาโรคทางระบบประสาท

  • สตรีตั้งครรภ์ จากการศึกษาพบความผิดปกติของตัวอ่อนในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษาในคน
  • สตรีให้นมบุตร ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • ผู้ที่ใช้ยาที่มีผลต่อการสกัดกั้นกระแสประสาทกล้ามเนื้อ เช่น aminoglycosides, chloroquine, D-penicillamine หรือ neuromuscular blocking agents
  • โรคกล้ามเนื้อประสาทอ่อนแรง
 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • การฉีดบริเวณใบหน้า อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้
    • รอยช้ำ บวม
    • หนังตาตก มักดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์
    • ตาพร่า เห็นภาพซ้อน
    • ปากเบี้ยว
    • ปากแห้ง
  • การฉีดที่บริเวณคอ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้
    • ปวดบริเวณตำแหน่งที่ฉีด
    • กล้ามเนื้อที่ถูกฉีดอ่อนแรง
    • กลืนลำบาก
    • ปากแห้ง
    • เสียงแหบ
  • การฉีดที่แขน ขา และลำตัว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้
    • กล้ามเนื้อที่ถูกฉีดอ่อนแรง
  • การกระจายของยาไปบริเวณอื่น อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้
    • กลืนลำบากหรือหายใจไม่สะดวก มักเกิดในเด็กเล็ก และในกรณีที่ใช้ยาในขนาดสูงและฉีดกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกต้อง
 

ข้อแนะนำของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินรักษาโรคทางระบบประสาท

  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา
  • หากมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
 

สถานที่ตั้ง

ศูนย์ประสาทวิทยา 
อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 19
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์: 02 011 3994, 02 011 3995, 02 011 3996
โทรสาร: 02 011 3914
 
คะแนนโหวต 9.74 of 10, จากจำนวนคนโหวต 38 คน