การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด



การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดได้รับการยอมรับจากศัลยแพทย์ทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีความสลับซับซ้อนเนื่องจากต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่อยู่ลึก เข้าถึงได้ยาก การผ่าตัดแบบปกติจึงอาจมีอุปสรรคในการเก็บรักษากล้ามเนื้อควบคุมการกลั้นปัสสาวะและเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ขณะที่หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสามารถเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่คับแคบหรือลึกได้อย่างอิสระมากกว่ามือมนุษย์ ทำให้การตัดเลาะแยกมะเร็งต่อมลูกหมากทำได้ดีมากและแม่นยำ ผู้ป่วยจึงมีโอกาสที่จะหายจากมะเร็งและควบคุมการกลั้นปัสสาวะและคงสมรรถภาพทางเพศไว้ได้มากขึ้น

ปัจจุบันพบว่า กว่าร้อยละ 85 ของผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกาเลือกหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแทนการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
 

ขั้นตอนการผ่าตัด

หลังจากได้รับยาระงับความรู้สึกและใส่ท่อช่วยหายใจโดยวิสัญญีแพทย์แล้ว ผู้ป่วยจะถูกจัดให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัด แขนกลหุ่นยนต์ที่อยู่ด้านข้างเตียงผู้ป่วย ศัลยแพมย์จะทำหน้าที่สอดใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็กๆ 5-6 ตำแหน่งบริเวณผนังหน้าท้อง
ขณะผ่าตัดศัลยแพทย์จะใส่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในช่องท้องเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการผ่าตัดและทำให้มองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจนขึ้น

          ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านจอภาพจากส่วนควบคุมสั่งการ (console) ที่อยู่ภายในห้องผ่าตัด โดยระบบจะถ่ายทอดสัญญาณการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์จากมือ ข้อมือ และนิ้วของแพทย์ไปยังเครื่องมือผ่าตัดที่ติดอยู่กับแขนกลหุ่นยนต์เพื่อทำการผ่าตัดภายในร่างกายของผู้ป่วย การเคลื่อนไหวของแขนกล มีความละเอียด แม่นยำ และเคลื่อนไหวโดยมีองศาและทิศทางอิสระมากกว่ามือมนุษย์ โดยเฉพาะอวัยวะที่อยู่ลึกและแคบอย่างต่อมลูกหมาก ซึ่งแพทย์จะมองเห็นได้จากกล้องกำลังขยายสูงแบบ 3 มิติซึ่งให้ภาพของอวัยวะภายในรวมถึงเนื้อเยื่อและเส้นประสาทอย่างชัดเจน ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูงมาก
          ในการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ศัลยแพทย์จะตัดเอาต่อมลูกหมากรวมทั้งเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างเคียง ได้แก่ ท่อนำอสุจิ ถุงเก็บอสุจิ และต่อมน้ำเหลือง จากนั้นจะเย็บท่อปัสสาวะต่อเข้ากับกระเพาะปัสสาวะ
หลังการผ่าตัด แพทย์จะใส่สายระบายน้ำเหลืองและเลือดภายในออกมาทางผนังหน้าท้องเพื่อตรวจสอบว่ามีปัสสาวะรั่วจากแผลผ่าตัดหรือไม่ โดยจะใส่ไว้ประมาณ 3-4 วัน และจะคาสายสวนปัสสาวะไว้เพื่อทำหน้าที่ระบายปัสสาวะเป็นเวลาประมาณ 7 วัน การผ่าตัดใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 2-3 ชั่วโมง
 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสภาพก่อนผ่าตัด โดยประมวลข้อมูลจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่นเดียวกับการผ่าตัดด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

           สำหรับการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด จะประกอบไปด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการให้ยาระงับความรู้สึก การดูแลหลังผ่าตัด และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจึงเป็นการเตรียมสภาพร่างกายผู้ป่วย การให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และการให้ยาต้านจุลชีพเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
 

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีความเสี่ยงและอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งได้แก่ ความเสี่ยงด้านการตอบสนองต่อยา การหายใจ การมีเลือดออก และการติดเชื้อ
ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่
  • การควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจมีปัญหาปัสสาวะเล็ดราดในช่วง 1-2 เดือนหลังการผ่าตัด แต่อาการจะดีขึ้นตามลำดับ
  • ท่อปัสสาวะตีบแคบจากเนื้อเยื่อแผลเป็นหลังผ่าตัด ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออก ซึ่งพบได้น้อยมาก
  • มีปัสสาวะซึมบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดปัสสาวะกับกระเพาะปัสสาวะ ในกรณีนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้นานขึ้น
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทำให้มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
  • ลำไส้ตรงส่วนเหนือทวารหนักได้รับบาดเจ็บมีเลือดออก ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณร้อยละ 2 ในกรณีนี้แพทย์จะทำการเย็บซ่อมในส่วนนั้นๆ
 

การปฏิบัติตนภายหลังการผ่าตัด

  • หลังการผ่าตัดผู้ป่วยยังต้องงดอาหารและน้ำ 1 วันเพื่อรอให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติก่อน ระหว่างนั้นผู้ป่วยจะได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำ
  • ผู้ป่วยจะได้รับยาบรรเทาอาการปวด และคำแนะนำในการจัดการกับอาการปวด
  • ระยะเวลาที่ใช้พักฟื้นในโรงพยาบาล ประมาณ 3-4 วัน ในกรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้แต่จำเป็นต้องใส่คาสายสวนปัสสาวะไว้ตามเวลาที่กำหนดคือ 7 วัน และต้องมาถอดสายออกที่โรงพยาบาล
  • เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ไม่ควรขับรถหรือออกแรงมากเกินไปในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
 

ข้อดีของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีข้อดีเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่แบบธรรมดา และการผ่าตัดแบบส่องกล้องดังนี้ คือ
  • การผ่าตัดมีความละเอียด แม่นยำ และปลอดภัยอย่างมาก เนื่องจากศัลยแพทย์สามารถมองเห็นภาพอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน
  • แขนกลหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวโค้งงอและหมุนได้อย่างอิสระรอบด้าน แพทย์จึงสามารถตัดเลาะแยกต่อมลูกหมากออก และต่อเชื่อมกระเพาะปัสสาวะเข้ากับท่อปัสสาวะ รวมถึงการเลาะเก็บเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ง่ายขึ้น
  • ลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัด
  • ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย เจ็บตัวน้อยลง และฟื้นตัวเร็วขึ้นเนื่องจากเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก
  • รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก
 

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์ 02 011 3680   02 011 3681  02 011 5999  
            E-mail
 
 
 
คะแนนโหวต NaN of 10, จากจำนวนคนโหวต 0 คน